บทที่ 9 ความรักพระเอกนางเอก
บทที่ 9
ความรักพระเอกนางเอก
บนหลังคาของจวนที่แยกออกมาจากจวนอื่น ๆ มีร่างของอี้เยว่ในชุดสีดำสนิทแนบเนื้อนั่งนิ่ง มองไปที่สวนข้าง ๆ เรือนที่ตอนนี้มีร่างของน้องสาวที่น่ารักกำลังนั่งรอผู้ที่นางนัดพบในคืนนี้
ที่นี่เป็นจวนลับของโจวเว่ยคัง เขาซื้อที่นี่เอาไว้ทำงาน
ลับ ๆ และเตรียมการเรื่องราวต่าง ๆ อย่างการหาพรรคพวกเพื่อมาสนับสนุนตัวเองในฐานะไท่จื่อในอนาคต
ไม่นาน ร่างของโจวเว่ยคังก็ปรากฏตัวขึ้น ทันทีที่เห็นคนรัก ฉีฉีก็ร้องไห้และวิ่งเข้าไปหาอ้อมกอดด้วยท่าทางหวาดกลัวเหมือนกระต่ายน้อยที่หลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอ
อี้เยว่อยากจะหัวเราะลั่น ตอนกลางวันยังออกปากว่าจะไม่แต่ง กลัวพี่สาวกับตระกูลเดือดร้อน ออกปากชัดเจนขนาดนั้นพอมาตอนนี้วิ่งเข้าไปกอดเสียแน่น
ตอแหล…
โจวเว่ยคังตกใจที่เห็นว่าคนรักร้องไห้ ไหนจะตัวสั่นไปทั้งตัวอีก ทำให้ใจของเขาเสียมากกว่าเดิม
“ฉีฉี เป็นอย่างไรบ้าง”
โจวเว่ยคังจับใบหน้าของคนรักอย่างอ่อนโยนให้นางเงยหน้าขึ้นมา รอยแดงของนิ้วมือทังห้าที่อินผิงฝากเอาไว้ ยิ่งเขามองเขายิ่งเจ็บช้ำใจที่ไม่สามารถปกป้องอะไรคนรักของตัวเองได้
ฉีฉีน้ำตาไหล ดวงตาแดงก่ำของนางมันบวมจนดูน่ากลัวเพราะผ่านการร้องไห้มานาน
“เจ็บมากหรือไม่”
โจวเว่ยคังเอามือขึ้นลูบไล้ใบหน้าขาวเนียนที่ตอนนี้มีรอยแดงช้ำ เขาไม่กล้าแตะมันแรงเกินไปด้วยกลัวว่านางจะเจ็บ ทำได้เพียงแตะเบา ๆ ด้วยสีหน้าเป็นกังวลเท่านั้น
ฉีฉียิ้ม ใบหน้าหวานส่ายหน้าช้า ๆ ราวกับว่านางไม่เจ็บแม้แต่น้อย หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่ต้องการให้คนรักเป็นห่วง สายตารักหวานซึ้งที่ฉีฉีมอบให้เป็นดั่งน้ำผึ้งหวานที่โจวเว่ยคังสบายใจขึ้น
“ไม่เพคะ เพียงเท่านี้ไม่ถือว่าเจ็บ สมควรแล้วที่ข้าโดนคุณหนูอินผิงกระทำ ทั้งที่รู้อยู่แล้วแท้ ๆ ว่าวาสนาตัวเองต่ำต้อย เป็นเพียงบุตรสาวฮูหยินรองที่ตายไปแล้ว จะไปสู้นางได้ยังไงกัน วันนี้ทำให้หม่อมฉันเข้าใจว่าความรักมันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เราฝ่าทุกอย่างไปได้”
“เหตุใดอยู่ ๆ เจ้าพูดแบบนี้”
โจวเว่ยคังดึงร่างของคนรักเข้ามากอดไว้แน่น นางพูดเหมือนว่านางกำลังจะไปจากเขา ซึ่งเขาไม่มีทางยอมเสียนางไปแน่ อ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นยิ่งทำให้ร่างบอบบางของฉีฉีสั่น นางสะอื้นแล้วผละตัวออกจากอ้อมกอด
“วันนี้ท่านพี่พูดกับข้าคำหนึ่งทำให้ข้าตาสว่างมากขึ้น”
“นางพูดอะไร หรือนางต่อว่าเจ้า”
ฉีฉีส่ายหน้าทั้งน้ำตา
“ไม่ได้ต่อว่าเพคะ ท่านพี่เพียงพูดตามความจริง ท่านพี่บอกว่าหม่อมฉันไม่อาจจะเป็นชายาของพระองค์ได้ และสิ่งที่หม่อมฉันทำมันไม่ใช่เรื่องสมควร คุณหนูอินผิงนางทำถูกแล้ว ไม่มีใครชมชอบให้สตรีอื่นเข้ามายุ่งกับว่าที่สามีของตนเอง หม่อมฉันไม่ดีเองที่ไม่อาจจะหักห้ามใจไม่ให้รักพระองค์ได้ ถึงเกิดเรื่องแบบนี้”
โจวเว่ยคังส่ายหน้า
“ไม่จริง ที่นางพูดแบบนั้นน่ะผิด ข้าไม่ได้รักอินผิง คนที่ข้ารักคือเจ้า เป็นเจ้าตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ไม่เคยเปลี่ยน อินผิงสำหรับข้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่เสด็จแม่เอานางขึ้นมาอยู่บนกระดาน นางไม่มีความสำคัญอะไรต่อข้าเลยสักนิด ไม่เหมือนเจ้า มีเพียงเจ้าที่ข้ารักและต้องการให้อยู่เคียงข้าง”
โจวเว่ยคังพูดกับคนรักเสียงอ่อนโยน เขาพูดตามที่เขาคิด เขาไม่เคยมองสตรีคนไหนเลยหลังจากที่ได้พบเด็กน้อยที่น่ารัก มีดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์วันนั้นในงานเลี้ยงตระกูลอิน
ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ติดตามเฝ้าดูแลนางมาตลอด ถึงใครจะห้ามและต่อว่าเขาก็ไม่สน พอนางหายออกจากเมืองหลวง เขาใช้เวลากว่าสองปีเพื่อตามหานางจนเจอ ตอนนั้นเขาจึงรู้ว่าเขาขาดนางไม่ได้
ฉีฉีน้ำตาไหลอีกหน
“แต่หม่อมฉันต่ำต้อยเกินไป ไม่เหมาะสมกับพระองค์ ไหนจะเรื่องท่านพี่อีก พระองค์ก็รู้ว่ากุ้ยเฟยทรงอยากให้พี่สาวหม่อมฉันแต่งงานเป็นชายาเอกอีกคนหนึ่ง หม่อมฉันไม่อาจจะทำร้ายพี่สาวได้”
ฉีฉีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดทั้งยังแสดงท่าทีอึดอัดใจอย่างมากที่ต้องมาแย่งว่าที่สามีของพี่สาว
“ข้าคุยกับนางแล้ว นางไม่แต่ง ข้าไม่ได้รักนาง นางเองก็ไม่ได้รักข้า เชื่อว่านางไม่มีทางแต่งแน่ ถึงนางอยากจะแต่งแต่ข้าไม่รับนางเสียอย่าง คนอื่นก็พูดอะไรไม่ได้”
“ข้าไม่อยากทำให้ท่านพี่เสียใจ…”
ฉีฉีส่ายหน้าช้า ๆ ไม่เห็นด้วย ท่าทางเหมือนดอกไม้บานต้องหยาดฝนที่กำลังจะปลิวลงจากกิ่งไม้บนหน้าผาสูงที่กำลังอ่อนแอจนต้านหยาดฝนไม่อยู่
โจวเว่ยคังยิ้มบาง เขามองคนรักด้วยสายตาเศร้าพร้อมกับน้ำเสียงเจ็บปวด เขาเข้าใจนางดีเพราะนางดีเกินไป มองโลกดีจนไม่รู้ว่าที่จริงมันโหดร้าย
“เจ้าไม่รักข้าหรือ”
ฉีฉีรีบส่ายหน้ารัวเร็วกว่าเดิมด้วยกลัวคนรักจะเข้าใจนางผิด
หม่อมฉันรักพระองค์ รักมากที่สุด พระองค์คือแสงสว่างเพียงอย่างเดียวในชีวิตของหม่อมฉัน แต่ความต่างของเรามากเกินไป หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์มาลำบาก เรื่องของเราไม่มีใครยอมรับ ทุกคนต่างไม่ชอบหม่อมฉัน”
“ไม่จริง จะไม่มีคนชอบเจ้าได้ยังไงกัน เจ้าทั้งน่ารัก อ่อนหวาน เป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนมากเมตตา ทุกคนเพียงยังไม่รู้จักเจ้าอย่างที่ข้ารู้จักเท่านั้น”
ฉีฉียิ้มรับ กอดร่างสูงตรงหน้าราวกับว่ากลัวโจวเว่ยคังหายไปต่อหน้าต่อตา
“มีเพียงพระองค์ที่เข้าใจหม่อมฉัน”
ฉีฉีสะอื้นหนัก สายตาที่เสียใจเศร้าหมองลับหลัง
โจวเว่ยคังแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเย็นชาน่ากลัว
“หลังงานเลี้ยงข้าจะพาเจ้าไปพบเสด็จแม่เพื่อทูลเรื่องของเรา”
ฉีฉีผละออกมา แสดงสีหน้าตกใจปนหวาดกลัว ใบหน้าหวานไม่มีความสบายใจยิ่งกว่าเดิม
“หม่อมฉันกลัวเพคะ”
โจวเว่ยคังดึงมือทั้งสองมากุมไว้แน่น
“มีข้าทั้งคน ไม่ว่ามันจะยากเย็นหรือว่าลำบากมากแค่ไหน ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า เราจะผ่านมันไปได้ หลังจากนี้ข้าสัญญาว่าอินผิงจะแตะต้องเจ้าไม่ได้อีก หากนางกล้า ข้าจะฆ่านางซะ ส่วนพี่สาวเจ้า เชื่อว่านางไม่แต่งแน่นอน ถึงนางอยากจะแต่งข้าจะหาทางกำจัดนางออกจากทางของเรา”
โจวเว่ยคังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยม
คนทั้งคู่ยืนกอดกันแน่นอีกหลายสิบลมหายใจก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปที่จวนของตัวเอง
อี้เยว่มองแผ่นหลังที่โอบประคองกันแล้วอยากหัวเราะ ลำบากยากเย็นแค่ไหนก็จะผ่านไปได้ ตลกเสียไม่มี ส่วนน้องสาวที่น่ารักก็เล่นบทนางเอกน่าสงสารแตกกระจาย ทำให้โจวเว่ยคังสงสารมากกว่าเดิม ไหนจะออกปากถึงขั้นจะฆ่าอินผิงและหาทางกำจัดนาง ช่างเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ไม่มีสีอื่นมาปนเลยจริง ๆ หลอกบุรุษให้ทำตามที่ตัวเองต้องการได้โดยที่ไม่ได้พูดความต้องการออกมา
ตอนที่อยู่ที่จวนก็ทำให้ท่านพ่อกับท่านย่าสงสาร ไม่ต่อว่าได้ มาตอนนี้ยังทำให้โจวเว่ยคังดูโง่ยิ่งกว่าเดิม
ฉีฉีน้องสาวผู้นี้มากความสามารถ
ที่ด้านล่าง สายตาของอี้เยว่หันไปมองที่ทางเดินที่มืด มีร่างของสตรีที่อยู่ในชุดสีดำสนิทอีกคนยืนนิ่ง ด้านหลังเป็นสาวใช้คนสนิทที่ประคองร่างของผู้เป็นนายเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายล้ม
ใบหน้าอินผิงซีดจนเป็นดั่งกระดาษสีขาว ดวงตาบวมแดงเพราะร้องไห้มาครึ่งค่อนวัน มาตอนนี้ยังได้ยินว่าบุรุษที่ตัวเองปักใจออกปากจะฆ่านางได้อีก
มันคงเป็นความเจ็บปวดที่แสนทรมานทีเดียว
ที่จวนนี้ เพราะไม่อยากให้ใครสงสัย โจวเว่ยคังจึงไม่มีเวรยามมาเฝ้า มันเป็นเพียงจวนเกือบนอกเมืองที่เล็กสงบ ทำให้อี้เยว่พาคนอื่นมาดูละครสนุก ๆ ได้ง่าย ๆ
นางอยากให้เรื่องมันยากขึ้น ถ้าอินผิงปิดตาปิดหูไม่ฟังใคร ไม่ยอมรับความจริง ดื้อรั้นจะแต่งงานเช่นเดิม โจวเว่ยคังก็ยังเข้าใกล้บัลลังก์เหมือนในนิยาย แต่ถ้าอินผิงไม่ยอมแต่ง ความสัมพันธ์ของโจวเว่ยคังและตระกูลอินพังลง พระเอกจะหาทางขึ้นไปเป็นฮ่องเต้ตามนิยายดั่งเดิมได้ยังไง นี่คือสิ่งที่อี้เยว่
อยากจะรู้
ส่วนนางเอกของเรื่องที่ไม่ได้เจอนางร้ายโง่ ๆ แต่มาเจอนางร้ายสองคนที่ฉลาดขึ้นเพราะไม่ได้รักพระเอกหน้าโง่แล้ว นางเอกยังจะผ่านด่านต่าง ๆ ไปอยู่เคียงข้างพระเอกได้หรือไม่
เมื่ออยากจะเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ท่ามกลางสีอื่น ๆ ที่โดดเด่นกว่า น้องสาวของนางจะทำยังไงให้ในสวนมีตัวเองโดดเด่นกว่าดอกไม้สีอื่น จะกล้าพอเผาสวนดอกไม้ให้ดอกไม้รอบ ๆ ตายหรือไม่
